|
|
カラオケ(คาราโอเกะ) By บูบู้
อยู่ญี่ปุ่นมาจะสามเดือนแล้ว เวลามาเรียน อะไรๆ มันก็ดูจะแตกต่างจากการมาเที่ยวซะจริงๆ เรียนก็หนัก เงินก็ใช้มาก วันๆ หนึ่งอะไรต่อมิอะไรก็อีรุงตุงนังเต็มหัวไปหมด ว่าแล้วก็ต้องหาอะไรทำให้มันชื่นมื่นบ้างดีกว่า ตอนอยู่ที่ไทยทำอะไรมั่งน้า... โอ้ว คาราโอเกะไง ไปกันเถอะๆๆๆๆ ก่อนอื่นต้องขอเท้าความตามท้องเรื่องสักนิดหนึ่งก่อนเกี่ยวกับที่มาที่ไปของคาราโอเกะ แม้แต่เด็กประสบการณ์ชีวิตนิดน้อย ได้ยินคำว่า "คาราโอเกะ" น่าจะคิดได้ทันทีว่ามันเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแน่นอนคาราโอเกะก็มีต้นกำเนิดจากเกาะรูปคันธนูนามว่าญี่ปุ่นนี่แหละ เพียงแต่ที่มาของมันออกจะไม่ใช่ญี่ปุ่นดั้งเดิมสักหน่อย "คาระ" ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า อากาศ ว่างเปล่า ที่ว่าง ส่วน "โอเกะ" นั้นมาจากคำว่า ออร์เคสตร้า นั่นเอง แต่ด้วยสภาพอักษร ที่ส่งผลต่อความสามารถในการเปล่งเสียงของชาวญี่ปุ่น เลยเพี้ยนเป็น "โอเคสึโตระ" (เหมือนคำอื่นๆ ที่่โด่งดังอย่าง แมคโคนัลด์ก็กลายเป็น มักกุโดะนะรุโดะ ซะยังงั้น มีชาติเดียวในโลกมั้ง ที่พูดแมคโดนัลด์ได้หลายพยางค์เยี่ยงนี้) ย่อให้กิ๊บเก๋เป็น โอเกะ แล้วรวมกับ คะระ ก็ได้ความหมายหรูหราว่า วงออร์เคสตร้าว่างๆ (คือมีเสียงแต่ไม่มีวง ดังนั้นเพื่อไม่ให้ขาดอรรถรส เราก็แทรกเสียงอันไพเราะของเราลงไปซะเลย ไม่ดีหรือจ๊ะ) เลยเป็นคาราโอเกะ ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกดังปัจจุบันฉะนี้แล พื้นฐานของร้านคาราโอเกะในแต่ละประเทศจะมีเหมือนกัน แต่รายละเอียดปลีกย่อยคงแตกต่างกันอย่างแน่นอน ขนาดในญี่ปุ่นเองก็มีทั้งร้านแบบป้าๆ ลุงๆ เปิดเล่นๆ หลังวัยเกษียณ ให้ลูกๆ หลานๆ มาปลดปล่อยพลังชีวิต อ้าปากร้องกันมันหยด หรือร้านแบบอลังการ ตึกมหึมา มีแต่ห้องสำหรับเข้าไปโชว์พลังเสียงสิแปดหลอดเป็นร้อยๆ ห้อง ก็พบเห็นได้ไม่ยากในเมืองใหญ่ๆ เท่าที่สังเกต แม้แต่ร้านในย่านห่างไกลผู้คน ลูกค้าแทบจะน้อยกว่าพนักงาน ก็มักจะบรรจุเพลงไว้่แบบไม่ผิดหวัง ถ้าเป็นเพลงญี่ปุ่นล่ะก็จะใหม่ใสกิ๊กหรือเก่าอดีตชาติยังไง ก็มีให้ร้องได้สะใจมิตรรักแฟนเพลงแน่นอน ส่วนเพลงสากลก็ไม่เบาเหมือนกันเพียงแต่มันจะก๊องแก๊งนิดหน่อย ไม่ค่อยอลังการ ไม่มีเสียงประสานอะไรให้ (แล้วแต่ที่ด้วย) แต่ก็ไม่ถึงกับกิ๊กก๊อกขนาดเสียอารมณ์นะ พอได้อยู่...นอกจากนั้นก็มีเพลงเพื่อนบ้านอย่างเกาหลี จีนอยู่ด้วย เท่าที่ถามคนญี่ปุ่นเขาก็ไม่ได้ร้องกันหรอก แต่ที่นี่ เกาหลีกับจีนอพยพย้ายถิ่นฐานกันมามากมาย ทั้งมาทำงาน มาเรียน หรือหนีตามกันมาก็ไม่น้อย เพลงของชาติเหล่านี้ก็เลยมีบรรจุไว้ด้วย ดูจากประวัติการร้องก็ได้รับความนิยมพอสมควรเหมือนกัน ราคาค่าเข้าร้องหรือจะไปชมคนอื่นร้อง บอกยากมาก ถ้าเป็นร้านเล็กๆ ล่ะก็ ราคาผิดมาตรฐานแบบมึนงงกันเลยทีเดียว มีทั้งคิดเป็นจำนวนคนในเวลาที่จำกัด หรือคิดตามจำนวนคนในเวลาฟรีไทม์ บางที่ก็ไม่คิดจำนวนคน ยัดเข้าไปได้ก็ยัดไป แต่ให้เวลาเท่านี้ กับไมค์สองตัว ไปแย่งกันเอาเองก็ยังมี (เหมือนบ้านเรา) ยกตัวอย่างสักสามร้านแล้วกัน ร้านแรกหนึ่งชั่วโมงไม่เกิน 2 คน 1,800 เยน (ประมาณ 600 บาท) อีกร้านไม่เกิน 2 คน 2,000 เยน (ประมาณ 800 บาท) ร้องไปจนกว่าจะเช้า อีกร้าน 3 ชั่วโมง 4,000 เยน (ประมาณ 1,500 บาท) จะเข้าไปกี่คนก็เข้าไปเถอะ ไม่ว่าอะไร.... ถ้าเป็นร้านใหญ่ๆ อย่างเช่น BIG ECHO (มีสาขาในเมืองไทยด้วย) จะค่อนข้างมาตรฐานใกล้กัน ซึ่งดูๆ แล้วถือว่าถูกพอสมควร จะแบ่งเป็นกลางวันถูก กลางคืนแพง วันธรรมดาถูก วันหยุดแพง คิดราคาต่อคนมาตรฐานเเวลานี้จะเหมือนกันแทบทั้งหมด ดังนั้น ถ้าว่างไปช่วงที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกจะดีกว่า ประมาณชั่วโมงละหนึ่งร้อยบาทถึงสามร้อยบาทขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเป็นสำคัญ เวลาไปคาราโอเกะทุกครั้ง แม้จะร้องจนเสียงแหบเสียงแห้งก็มีความสุข ได้ไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ ร้องเพลงบรรเลงเต้นกันอย่างสนุกสนาน ออกมาจากร้านก็ยังฮัมเพลงที่เพิ่งร้องเดินไปด้วยกันจนถึงที่พัก อะไรจะรู้สึกดีอย่างนี้ ถ้ามีโอกาสเดินทางมาญี่ปุ่น นอกจากกินราเม็ง ซูชิ ปลาดิบ ชมวัด ทัศนาเทคโนโลยีแล้ว ลองทำกิจกรรมที่เป็นแบบญี่ปุ่นสมัยใหม่อย่างคาราโอเกะดูบ้าง ก็ได้ประสบการณ์ที่ดีได้เหมือนกัน แถมจิตใจเบิกบานอีกด้วยนะ... ข้อมูลจาก : เครื่องสำอาง DHC www.dhc.co.th |
|
งานฝีมือ ♥ Handmade สไตล์ญี่ปุ่น
w w w . h a m a m o t o - h o u s e . c o m |