|
เบนโต ศิลปะการทำอาหารที่มาพร้อมความอร่อย (弁当) หากพูดถึงอาหารกล่องหลายคนก็คงคุ้นเคยกับภาพของอาหารตามสั่งง่ายๆ ในกล่องโฟมที่มีขายกันทั่วไปใช่ใหม่คะ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงอาหารกล่องที่พิถีพิถันจัดและทำกันเป็นพิเศษสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ ใช่ว่าจะพิถีพิถันเฉพาะการทำอาหารหรือจัดแต่งอาหารที่อยู่ในกล่องเท่านั้น การเลือกวัสดุทำกล่อง ลวดลายของกล่อง ชาวญี่ปุ่นเค้าก็พิถีพิถันกันมาตั้งแต่โบราณเลยทีเดียว การนำอาหารใส่ในภาชนะบรรจุแล้วหิ้วออกไปทานนอกบ้านนี้ชาวญี่ปุ่นเขาเรียกกันว่า "เบนโต" หรือ "เบนโตะ" ค่ะ ชื่อเต็มยศของมันคือ "โอเบนโต" (おべんとう) นั่นเอง ลองออกเสียงดูจะรู้ได้เลยว่าคำว่า ปิ่นโต ของไทยเรานั้นอาจเพี้ยนมาจากคำว่าเบนโตของชาวญี่ปุ่นก็เป็นได้ ว่ากันว่าเบนโตหรือเบนโตะมีประวัติความเป็นมา เริ่มจากแบบธรรมดาๆ คือการห่อข้าวปั้นด้วยใบไผ่ไปทานในระหว่างการเดินทาง จนกระทั่งในสมัยเอโดะ (ราวปีค.ศ. 1600 - 1867) ได้มีพ่อค้าหัวใสเริ่มนำข้าวปั้นรูปสามเหลี่ยมห่อด้วยใบไผ่หรือใส่กล่องที่ใช้ไม้ไผ่มาสานขายในช่วงพักครึ่งของการแสดงละครในและละครคาบูกิ โดยเรียกเบนโตแบบนี้ว่า "มากุโนะอุชิ เบนโต" (まくのうちべんとう) คือเป็นอาหารที่ทานระหว่างละครพักหรือปิดม่านนั่นเอง บางคนประหยัดหน่อยก็อาจเตรียมข้าวกล่องมาจากบ้าน ทำให้การห่ออาหารไปทานนอกบ้านหรือการห่ออาหารกล่องก็เริ่มนิยมขึ้นโดยเฉพาะช่วงเทศกาลชมดอกซากุระบานนั้น ชาวญี่ปุ่นจะทำอาหารกล่องไปทานรวมกลุ่มกันใต้ต้นซากุระ ได้ทั้งความอบอุ่น สนุกสนาน ได้รสชาติอาหารหลากหลาย แล้วยังถือเป็นการประชันฝีมือกันกลายๆ อีก เทศกาลนี้ทีไร ชาวญี่ปุ่นจึงตระเตรียมอาหารกันอย่างคึกคักเลยทีเดียวค่ะ จนในสมัยเมจิ ข้าวกล่อง "เอะกิเบนหรือเอะกิ เบนโต" (えきべんとう) ซึ่งเป็นเบนโตที่ขายในสถานีรถไฟก็เริ่มแพร่หลายขึ้น ว่ากันว่ามีขายกันครั้งแรกที่สถานีรถไฟ Utsunomiya ในวันที่ 6 กรกฏาคม ค.ศ. 1885 กว่า 123 ปีมาแล้ว (เลขสวยจริงๆ) ด้วยความที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลัก ข้าวกล่องตามสถานีรถไฟจึงเป็นเอกลักษณ์ที่โด่งดังของแต่ละเมืองและประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ หลายสถานีมีเมนูประจำถิ่นไว้โชว์และให้ชิมกัน เด่นขนาดที่ว่าหากไม่ได้ทานข้าวกล่องที่สถานีนั้นก็เท่ากับมาไม่ถึงเลยทีเดียว ดูคล้ายโอท็อปบ้านเรายังงั้นเลยนะคะ จากนั้นต่อมาการทำข้าวกล่องไปทานตอนกลางวันของนักเรียนและเหล่าคุณครู รวมไปถึงพนักงานบริษัทกลายเป็นเรื่องที่หลายคนทำกันเป็นประจำ มีภาชนะหลากหลายนำมาทำเป็นข้าวกล่อง ทั้งโลหะ เงิน ไม้ ซึ่งก็สอดคล้องกับสังคมญี่ปุ่นในช่วงนั้นที่ต้องการลดการใช้กล่องพลาสติกกล่องข้าวจึงมีตั้งแต่แบบหรูหรา ทำด้วยไม้เคลือบแล็กเกอร์ธรรมชาติจากต้นรักอย่างปราณีตบรรจง วาดลวดลายวิจิตรสวยงาม ไปจนถึงกล่องไม้แบบบางหรือโฟมที่ใช้แล้วทิ้งกันเลยค่ะ ตามซุปเปอร์ฯ ร้านสะดวกซื้อ หรือในสนามบินเริ่มขายเบนโตที่มีอาหารหลายแบบและราคาย่อมเยาว์ขึ้น แต่การเตรียมอาหารและจัดตกแต่งเบนโตด้วยตัวเองให้ลูกให้สามี หรือสาวๆ ทำให้หนุ่มที่ปลื้มทานนั้น ก็ยังคงเป็นเสน่ห์ของเบนโตที่ยังไม่เสื่อมคลาย ถึงขนาดมีการเีรียนการสอน มีตำรับตำราแนะแนวการจัดตกแต่งกล่องอาหารให้น่ารักแบบต่างๆออกมาเผยแพร่กันเลยทีเดียว การทำข้าวกล่องของชาวญี่ปุ่นจะจัดเตรียมอาหารให้หลากหลายชนิดไว้ในกล่องเดียวกัน ซึ่งในกล่องข้าว 1 กล่องมีช่องต่างๆ ให้ใส่ทั้งข้่าว เนื้อปลา เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ ที่อาจจะทั้งทอด ย่าง นึ่ง สลับกับผักสลัด ผักดอง รวมกันอยู่ ปัจจุบันยังมีทั้งใส้กรอก ชีส แฮม สปาเก็ตตี้ ฯลฯ แล้วแต่จะสร้างสรรค์กันขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารที่มีในฤดูกาล ศิลปะการจัดวางอาหารในกล่องก็สำคัญไม่แพ้กันกับรสชาติอาหารเลยนะคะ ว่ากันว่าคุณแม่ชาวญี่ปุ่นจะตัองจัดวางข้าวและกับต่างๆ ให้น่ารักและมีสีสันสดใส จูงใจให้ลูกๆ อยากทานอาหารมากขึ้น รูปตัวการ์ตูนต่างๆ จึงได้รับความนิยมมากในหมู่คุณแม่ แต่ในกลุ่มสาวๆ ที่อยากทำให้หนุ่มที่แอบชอบทานล่ะก็ เขานิยมจัดวางแบบเรียบง่ายดูสะอาดน่ากิน และที่สำคัญเขาจะเน้นรสชาติของอาหารที่ต้องอร่อยจริงๆ ไม่เช่นนั้นสวยแต่รูปจูบไม่หอมมีหวังหนุ่มเบือนหน้าหนีเป็นแน่แท้ค่ะ เมื่อจัดทำอาหารใส่กล่องเสร็จสรรพแล้ว เขาจะมีผ้าชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า "ฟุโรชิกิ" (ふろしき) ค่ะ ทำขึ้นจากผ้าหลายชนิด อย่างผ้าฝ้าย ผ้าไหม เป็นผ้าสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับห่อกล่องเบนโต และเมื่อจะเริ่มทานอาหารผ้านี้ก็ยังใช้เป็นผ้าปูโต๊ะอีกด้วย แต่เดิมฟุโรชิกิคือผ้าที่ใช้ห่ออุปกรณ์การอาบน้ำตามห้องน้ำสาธารณะค่ะ เมื่อเข้าห้องเตรียมตัวจะอาบน้ำเขาก็จะกางผ้านี้ออก ผ้านี้จึงถูกเรียกว่า "ฟุโร" แปลว่าห้องน้ำ และคำว่า "ชิกิ" แปลว่าวางแผ่ออก นั่นเอง นอกจากนั้นฟุโรชิกิยังใช้เป็นผ้าสำหรับห่อหนังสือหรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อีกด้วย ยิ่งหากเป็นฟุโรชิกิที่ทำจากผ้าคุณภาพดีมีลวดลายสวยงามแล้วล่ะก็ จะกลายเป็นเครื่องประดับที่หญิงสาวในชุดกิโมโนนิยมถือหรือให้เป็นของขวัญกันค่ะ การผูกผ้าฟุโรชิกิก็ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่มีการจัดคอร์สเรียนกันนะคะ แต่ปัจจุปันมีการดัดแปลงให้ใช้งานง่ายขึ้น โดยการผูกปมสำเร็จ สวยงามไว้อย่างเรียบร้อย ใช้สะดวก บ้างก็ทำเป็นถุงสำเร็จกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าไม่ต้องผูกให้เสียเวลากันเลยล่ะค่ะ ถือได้ว่าศิลปะของการทำเบนโตนอกจากความสวยงามและรสชาติอาหารที่ดีนั้น ยังเป็นการแฝงความอบอุ่น ความห่วงใยจากคนทำสู่คนทานลงไปในนั้นด้วยนะคะ ว่าแล้วก็คิดถึงอาหารกล่องที่คุณแม่เคยเตรียมไว้ให้ตอนเป็นเด็กจังเลยค่ะ เว็บมาสเตอร์ บ้านฮามาโมโต้.com / วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2008 ข้อมูลจาก : เครื่องสำอาง DHC www.dhc.co.th |
|
งานฝีมือ ♥ Handmade สไตล์ญี่ปุ่น
w w w . h a m a m o t o - h o u s e . c o m |