Hamamoto House
เครื่องสำอาง DHC
ปีใหม่อันแสนสงบที่ญี่ปุ่น โดย คะโมคุ
สวัสดีครับเพื่อนๆ หวังว่าคงจำนักเขียนปอนๆ คนนี้ได้นะครับ ^0^// ตัวผมเองก็ไปเที่ยวมาหลายต่อหลายที่ในญี่ปุ่นและเขียนเรื่องราวสถานที่เที่ยวต่างๆ ในญี่ปุ่นมาก็มาก มาคราวนี้นึกขึ้นว่านี่ก็ใกล้ช่วงปีใหม่อีกแล้วทำไมปีนี้มันถึงได้ผ่านไปเร็วขนาดนี้นะ และยังทำให้ผมนึกถึงประสบการณ์เมื่อตอนไปเที่ยวทางตอนใต้ (เกาะคิวชู) ที่จังหวัดฟุกุโอกะ ตอนไปถึงเป็นช่วงปลายปีพอดี จึงมีประสบการณ์ ความรู้ใหม่ๆ อยากจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟังกัน
เพื่อนๆ คนไหนที่อยากมาเที่ยวที่นี่เพื่อหวังชมแสงสี ประเภทว่าเปิดร้านขายของต่างๆ จนดึก แบบบ้านเราพวกมิดไนท์เซลล์ อาจต้องผิดหวังถ้าจะมาญี่ปุ่น เพราะมันตรงข้ามโดยสิ้นเชิง ร้านค้าส่วนใหญ่ที่นี่ก็ยังคงปิดตามเวลาเดิม หรือแย่ไปกว่านั้นไม่เปิดทำการเลยก็มี นอกจากนี้แหล่งท่องเที่ยวบางที่ก็ปิดไม่ให้เข้าชม ใครอยากจะมาญี่ปุ่นช่วงนั้นควรตรวจสอบตารางเปิดทำการให้ดีๆ นะครับจะได้ไม่ผิดหวัง จุดใหญ่ๆ ตามเมืองสำคัญๆ ก็จะมีการนับถอยหลังข้ามสู่ปีใหม่ เช่น โตเกียว โอซาก้า...แต่ถ้าใครมาอยู่ในบรรยากาศนั้นจะรู้สึกแปลกมากครับ คือเค้าจะนับถอยหลังจนเข้าสู่ปีใหม่และเมื่อเข้าสู่ปีใหม่ ก็จะมีการจุดพลุ เล่นแสงสีเล็กน้อยและจบ...จบครับ เรียกได้ว่าต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้าน ไม่ได้มีงานเลี้ยงอะไรต่อมิอะไรเหมือนเมืองไทยของเรา ผมและเพื่อนยืนงงทำอะไรไม่ถูก คือแทบหาทางกลับบ้านไม่ถูกว่างั้นเลย ผมเองได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นและถามเค้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เค้าบอกว่า คนญี่ปุ่นเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับคืนสุดท้ายของปีมากนัก ที่เค้าให้ความสำคัญคือเช้าวันถัดไปวันที่ 1 มกราคม หรือเรียกว่า โชกัทซึ (正月) ส่วนใหญ่แล้ววันเหล่านี้เค้าจะให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก ผมว่าก็เหมือนคนไทยช่วงเทศกาลสงการนต์ ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แค่ได้ดูโทรทัศน์ด้วยกันนั่งคุยกันก็เป็นสุขแล้ว เพราะเวลาคนญี่ปุ่นทำงานส่วนใหญ่เวลาที่จะให้ครอบครัวนั้นแทบจะไม่มีเลย คืนก่อนวันปีใหม่เค้าจะนิยมทานโซบะ (บะหมี่ของญี่ปุ่น สีเขียวทำจากพืชพื้นเมือง) เป็นอาหารค่ำ ลักษณะการทานคือดูดเส้นทั้งหมดรวดเดียวเข้าไปในปาก ไม่ใช้ฟันกัดเส้นให้ขาด มีความเชื่อว่าเพื่ออายุที่ยืนยาวเหมือนเส้นที่ยาวๆ ของโซบะ @_@ ถ้าเป็นผมทานคงติดคอก่อน อายุไม่น่ายืนแฮะ
หลังจากนั้นก็จะรีบเข้านอนเพื่อตื่นแต่เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยความเชื่อที่ว่าการได้เห็นพระอาทิตย์แรกของปีใหม่จะเป็นการเริ่มต้นปีที่สดใส โดยทั้งวันจะไม่เครียด ไม่ทำงาน อาหารเช้าเค้าก็จะให้ความสำคัญ ซึ่งก็มีหลายอย่างหลายความเชื่อ ที่ผมคิดว่าเด่นๆ ก็คือโมจิในน้ำซุป หรืออาจใส่เต้าหู้ ผักอื่นๆ เพิ่มก็ได้ (Ozoni) จะว่าไปแล้วผมว่ามันไม่อร่อยเลย หุหุ แต่โดนบังคับทาน หลังจากทานอาหารมื้อเช้าเสร็จก็อาบน้ำแต่งตัว ไปศาลเจ้าหรือวัดใกล้บ้าน เช่นเดียวกันการได้ไหว้เจ้าเพื่อขอพรในวันปีใหม่ เชื่อว่าจะทำให้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปี พูดถึงความแตกต่างระหว่างศาลเจ้ากับวัดก็มีความแตกต่างกันอย่างเด่นชัดเลยนะครับ เพื่อนๆ คนใดที่อยากจะไปไหว้พระที่วัด ก็จะมีวิธีการไหว้ที่ถูกต้องคือ ก่อนเข้าไปต้องทำการล้างมือด้วยน้ำ (โดยทางวัดเตรียมให้) บางคนเอาน้ำนั้นมาบ้วนปาก จะต่างจากศาลเจ้าคือที่ศาลเจ้าจะไม่มีการล้างมือก่อนไหว้แต่อย่างใด ซึ่งศาลเจ้าจะนับถือความเชื่อแบบชินโต เชื่อในเทพเจ้า หลังจากนั้นเมื่อเดินเข้าไปในตัววัดหรือศาลเจ้าก็จะมีการทำบุญตามลำดับดังนี้ โค้งก่อนหนึ่งครั้ง โยนเหรียญห้าเยน (หรือเหรียญใดๆ ก็ได้ที่มีรูตรงกลาง) ให้เข้ากล่องทำบุญ เหตุผลที่ใช้เหรียญห้าก็เพราะคำว่าห้าเยนหรือโกะเอน จะมีคำฟ้องเสียงในภาษาญี่ปุ่นแปลว่ามีความโชคดีโดยตลอด นอกจากนี้การใช้เหรียญที่มีรูตรงกลางก็ยังหมายความถึงการดำเนินชีวิตอย่างราบรื่นทะลุปลอดโปร่ง หลังจากโยนเหรียญแล้วจะทำการสั่นกระดิ่งปรบมือสองที ขอพร โค้ง เป็นการเสร็จกระบวนการไหว้ นอกจากนี้รอบๆ วัดยังมีที่ให้ผูกคำทำนาย ใครก็ตามที่มาเสี่ยงทายแล้วได้ผลไม่ดีก็จะผูกไว้ที่นี่ โดยเชื่อว่าจะได้ไม่นำสิ่งไม่ดีนั้นๆ กลับไปด้วย หรือการขอพรโดยการเขียนบนแผ่นป้ายไม้ที่ทางวัดเตรียมให้ ที่เล่าให้ฟังมาก็เป็นประเพณีที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังคงทำกันในวันปีใหม่ ใครจะว่าปีใหม่ในญี่ปุ่นนั้นน่าเบื่อก็เป็นได้ เพราะร้านค้าต่างๆ นัดกันปิด แต่ตัวผมเองกลับมีความสุข ความสุขในความสงบเรียบง่ายตามพิธีการแบบโบราณของเค้า
เว็บมาสเตอร์ บ้านฮามาโมโต้.com / 13 ธันวาคม 2008
ข้อมูลจาก : เครื่องสำอาง DHC www.dhc.co.th
งานฝีมือ ♥ Handmade สไตล์ญี่ปุ่น
w w w . h a m a m o t o - h o u s e . c o m